Back to blog
RecordingProducer

9 เทคนิคการตั้งไมค์อัด Snare

Published 15 กุมภาพันธ์ 2562

9 เทคนิคการตั้งไมค์อัด Snare

พูดได้ว่าการอัด Snare เป็นจุดโฟกัสของการอัดเสียงในสมัยใหม่ มันเป็นจุดเด่นของ Mix และจะดังมากกว่าหรือน้อยกว่าเสียงร้องขึ้นอยู่กับแนวเพลง ในบทความนี้จะมีเทคนิคการอัด Snare ต่างๆที่อาจช่วยให้คุณได้เสียง Snare แบบที่ต้องการได้

1. การตั้งไมค์จ่อไกล้

เป็นวิธีที่เรียบง่ายและเปิดเผยเสียงของ Snare มากที่สุด ถ้าต้องการ Snare ที่ Attack เยอะๆให้ใช้วิธีนี้ เมือฟังเสียงมันโดดๆอย่างเดียวอาจไม่ได้ฟังดูหวือหวามากแต่เมื่อฟังรวมกับองค์ประกอบอื่นๆของกลองจะเข้าใจว่าทำไมถึงใช้การอัดแบบนี้ การอัดแบบจ่อไกล้จะเก็บเสียงที่การอัดแบบอื่นทำไม่ได้เช่น Ghost Notes, Blast Beats และเสียงย่านต่ำอื่นๆ การใช้มันและ Automate มันจะช่วยให้ดึงเสียงพวกนี้ออกมาได้

2. ตั้งไมค์ไกล้โดยใช้ Moon Gel

การอัดแบบนี้เหมือนกับข้อ 1 ทั้งหมดแต่มีการใช้ Moon gel วางที่กลองซึ่งจะลดเสียง Overtone ต่างๆ Snare บางตัวอาจมีเสียง Overtone เยอะขึ้นอยู่กับไม้ การตั้งและวัตถุดิบต่างๆที่ใช้ทำกลอง กลองในตัวอย่างมี Overtone มากกว่าปรกติจึงเหมาะมากเมื่อใช้ Moon gel แต่ปริมารของ Overtone ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบและความชอบของแต่ละคน กลองที่มีหางยาวเกินหรือ Overtone เยอะเกินอาจทำให้เกิดปัญหาเวลา Mix และอาจทำให้ฟังดูคล่อมจังหวะหรือทับย่านเสียงอื่นๆได้

3. ห่างจาก Snare 6 นิ้ว

เป็นการอัดที่เพิ่มเสียง Ambience ให้กับ Snare ซึ่งทำให้ได้ Attack และเสียงของ Snare ที่ ธรรมชาติขึ้น เป็นการเปิดให้เสียงสะท้อนต่างๆในห้องเข้าไมค์เพือให้ได้เสียง Room ถ้าเราตั้งไมค์ไกล้ไปอาจทำให้ฟังดูจืดชืดและไม่เป็นธรรมชาติ การอัดแบบนี้ใช่ได้ดีกับมือกลองที่ตี Snare ค่อนข้างแรง ยิ่งเราเว้นช่วงเท่าไหร่ Dynamic ของ Snare จะยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

4. อัดจากด้านข้าง

การได้เสียง Snare ที่ดีควรมาจากการลองและปรับเปลี่ยน การจยับตำแหน่งไมค์ไปเรื่อยๆขนกว่าจะได้เสียงที่ต้องการตาม Reference ที่เราเตรียมมา คนที่ประสยการน้อยมักจะเริ่มใช้ปลักอินก่อนที่จะลองขยับไมค์ คนที่ประสบการเยอะก็จะเชี่ยวชารเรื่องตำแหน่งการวางไมค์มากขึ้น

เทคนิคนึงที่ใช้กันไม่บ่อยนักคือการตั้งไมค์จากด้านข้าง มันจะได้เสียงจากทั้ง Top และ Bottom และเสียงจาก Shell กลองอีกด้วย เราสามารถปรับความดังเสียง Top หรือ Bottom ด้วยการขยับไมค์ขึ้นลง เทคนิกนี้ขึ้นอยู่กับคนชอบและเป็นอีกเทคนิกที่ทำให้ได้เสียง Snare ที่แตกต่างออกไป

5. อัดจากด้านล่าง (Bottom Snare)

โดยทั่วไปการอัดแบบนี้จะใช้คู่กับการอัดด้านบน (top snare) และจะทำให้ไมค์ทั้งสองกลับเฟสกันเพราะ ตำแหน่งของมัน แต่มันก็ขึ้นอยู่กับความชอบของ Engineer อีก ลองฟังเสียงที่คุณได้แล้วลองกลับเฟสแล้วลองเลือกเสียงที่คุณชอบที่สุด บางครั้งการทำแบบนี้จะเป็นการ EQ ไปในตัว การอัดจากด้านล่างจะเก็บเสียงแซ่ที่กระทบกับหนังกลองล่างได้อย่างชัดเจนและจะใช้ทำให้เสียง Snare ให้ไพเราะได้เมื่อ Mix กับไมค์อื่นๆ

6. Overhead

การเริ่มปั้นกลองที่ Overhead ก่อนจะทำให้เรารู้ธรรมชาติของกลองในห้องที่เราอัดและทำให้รู้เสียงของ Snare เมื่อฟังไปกับเสียงอื่นๆของกลองชุด ใน Mix สุดท้ายโทนและเสียงของกลองส่วนมากนั้นจะมาจากเสียง Overhead ซึ่งรวมไปถึงเสียง Snare ด้วย สิ่งที่จะต้องทำคืออัดเสียง Snare ไปพร้อมๆกับเสียงกลองอื่นๆในห้อง หลังจากนั้นจึง Balance มันกับเสียงอื่นๆและผสมกับไมค์อื่นๆจนลงตัว

7. ตั้งไมค์ Condenser หน้าชุดกลอง

เมื่อเริ่มอัดเสียง Room แล้วการมีไมค์ Room หลายๆตำแหน่งจะช่วยให้ได้เสียงกลองที่เต็มขึ้น การตั้งไมค์ Condenser หน้ากลองจะทำให้ได้เสียงที่อยู่ตรงกลางจองกลองซึ่งไม่กว่าง ข้อดีคือการได้อัดกลองแบบ Mono ซึ่งกลองจะมารวมอยู่ตรงกลางในภาพเสียง Stereo ในจุดกลางของกลองก็คือ Snare นั้นเองซึ่งถ้าเราตั้งไมค์หน้ากลองสัก 10ฟุตแล้วกรองเสียงต่ำและสูงออกก็จะเหลือเสียงของ Snare นั้นเอง เราอาจเติม Compression อีกเพื่อปรับโทนเสียง

8. ตั้งไมค์ Dynamic หน้าชุดกลอง

การอักแบบนี้คล้ายการใช้ Condenser แต่จะเน้นที่ย่านเสียงกลาง มันจะเก็บเสียงกลางและต่ำของ Snare ได้มากกว่า คุณสามารถใช้มันเพื่อทำให้เสียงกลองหนาขึ้น หรือเพิ่ม Reverb แล้วทำให้ได้เสียงที่ Ambient ขึ้นอีก มันอาจทำให้คุณได้เสียงกลองที่ เพลงอื่นๆอาจเทียบไม่ได้เลยทีเดียว

9. ไมค์ Room stereo ที่หันหน้าเข้ากำแพงฝั่งตรงข้ามกัน

การใช้ไมค์ Stereo ที่กว้างแบบนี้จะเพิ่มคุณภาพและความดุดันของเสียงกลอง ถ้าห้องอัดไม่ใหญ่คุณสามารถหันหัวไมค์ออกจากกลองและตั้งให้ไกล้กำแพงฝั่งตรงข้ามกับไมค์อีกตัวและให้เซ็ตเป็น Cardiod Pattern การทำแบบนี้จะทำให้ได้เสียงที่สะท้อนกับกำเเพงก่อนซึ่งจะทำให้ได้เสียงกลองไปอีกแบ

Mr arranger

Thank you.
แปล : Paul Mytri
ดูLinkต้นฉบับ :http://blog.cakewalk.com/microphone-techniques-for-recording-a-snare-drum/

 

M.R.G.4 Logic Pro X เจาะลึกทุกฟังก์ชั่นการใช้งานแบบละเอียดยบ

สมัครและเข้าเรียนได้เลยทันที

 

————————–————-

ติดตามข่าวสารได้ที่
Line ID : @Mrarranger (มี@ข้างหน้า)
https://line.me/R/ti/p/%40mrarranger
รับผลิตเพลงทุกรูปแบบ
www.mrarranger.com
094-5653266,0914428924
096-1926592

#mrarranger #music #FLstudio #สอนออนไลน์#คอร์สเรียนออนไลน์ #ทำเพลง #สร้างเพลง#โรงเรียนสอนทำเพลง #AbletonLive #Logic#Cubase #รับผลิตเพลง #อัดร้อง #เพลงโฆษณา#เพลง #รับทำเพลงทุกรูปแบบ #เรียนทำเพลง

Related articles

เรียนทำเพลงเพื่อเป็นโปรดิวเซอร์” ต้องเริ่มตรงไหน ถ้าไม่มีพื้นฐานเลย?
Producer

เรียนทำเพลงเพื่อเป็นโปรดิวเซอร์” ต้องเริ่มตรงไหน ถ้าไม่มีพื้นฐานเลย?

“ไม่มีพื้นฐานเลย” ไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือโอกาส — โอกาสที่คุณจะเริ่มจากศูนย์ ด้วยมุมมองใหม่ ปราศจากอัตตา ปราศจากความกลัว และเต็มไปด้วยศักยภาพที่ยังไม่ถูกขุดขึ้นมาใช้ 🎛️ เข้าใจพื้นฐานการผลิตเพลง (Foundation is freedom) การผลิตเพลงไม่ใช่แค่การกดปุ่มหรือใช้ซอฟต์แวร์ได้เท่านั้น แต่มันคือการเข้าใจแก่นของเสียงว่า “ทำไมเสียงหนึ่งถึงทำให้เราขยับ ทำไมเสียงอีกเสียงถึงทำให้เรานิ่ง” ดนตรีไม่ใช่การจำทฤษฎี แต่มันคือการถ่ายทอดความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา ผ่านเครื่องมือที่คุณควบคุมได้ 🧩 ทักษ

1 เมษายน 2568

อย่าบ้าตัวเลข จนลืมว่าดนตรีคือความรู้สึก The Art Beyond The Frequency
Composer

อย่าบ้าตัวเลข จนลืมว่าดนตรีคือความรู้สึก The Art Beyond The Frequency

ดนตรีไม่เคยถูกสร้างมาเพื่อทำให้ถูกต้องดนตรีถูกสร้างมาเพื่อ “ทำให้รู้สึก” 🎯 เมื่อเราเริ่มต้นจากเสียง… คุณจำได้ไหม?ตอนคุณเริ่มแต่งเพลงหรือมิกซ์เพลงครั้งแรกคุณไม่ได้สนใจ Ratio ของ Compressorไม่ได้ถามว่าเสียง Kick ควรอยู่ที่ 50Hz หรือ 60Hzคุณแค่ต้องการ “ให้เสียงมันใช่” แต่เมื่อคุณเดินเข้ามาในโลกแห่งเทคนิคYouTube สอนให้คุณใช้ EQ แบบ surgicalบล็อกสอนให้คุณ Pan ทุกอย่างให้บาลานซ์DAW เตือนคุณว่าเสียง Peak ไปPlugin เตือนคุณว่า Low-End ตีกัน คุณเริ่มตั้งคำถามว่า“เสียงนี้ควรอยู่ย่านไหน?”แทนที่

29 มีนาคม 2568

🎵Music Producer คืออะไร?
Producer

🎵Music Producer คืออะไร?

Music Producer หรือ โปรดิวเซอร์เพลง คือบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์เพลง ตั้งแต่ การแต่งเพลง (Composition), การเรียบเรียงดนตรี (Arranging), การบันทึกเสียง (Recording) ไปจนถึง การมิกซ์เสียง (Mixing) และการมาสเตอร์เพลง (Mastering) โปรดิวเซอร์มีบทบาทมากกว่าการสร้างเพลง พวกเขาต้อง กำหนดเอกลักษณ์ทางดนตรี ให้กับศิลปิน พร้อมกับควบคุมคุณภาพของงานเพลง   📷 ตัวอย่างภาพ: สตูดิโอของ Music Producer พร้อมอุปกรณ์ทำเพลง Music Producer กำลังทำเพลงโดยใช้ DAW และมิกซ์เสียงผ่าน Audio Interface   🎛 บทบาทสำคัญ

13 มีนาคม 2568

9 เทคนิคการตั้งไมค์อัด Snare | Mrarranger